พระพุทธศาสนามีนิกายหลักอยู่ 2 นิกาย คือ “เถรวาท” ได้แก่นิกายที่ยอมรับมติของพระเถระในสังคายนาครั้งที่ 1 ภายหลังพุทธปรินิพพาน 3 เดือน โดยทั่วไปจะเรียกนิกายนี้ว่า “พระพุทธศาสนายุคแรก” (Early Buddhism) ส่วนอีกนิกายหนึ่งคือ นิกาย “มหายาน” ที่พัฒนามาจากพระภิกษุกลุ่มหนึ่งที่ไม่ยอมรับมติสังคายนาครั้งที่ 1 โดยทั่วไปจะเรียกนิกายนี้ว่า “พระพุทธศาสนายุคหลัง (Later Buddhism)
วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555
บทนำ มหายานกับอุดมการณ์พระโพธิสัตว์
พระพุทธศาสนามีนิกายหลักอยู่ 2 นิกาย คือ “เถรวาท” ได้แก่นิกายที่ยอมรับมติของพระเถระในสังคายนาครั้งที่ 1 ภายหลังพุทธปรินิพพาน 3 เดือน โดยทั่วไปจะเรียกนิกายนี้ว่า “พระพุทธศาสนายุคแรก” (Early Buddhism) [1] ส่วนอีกนิกายหนึ่งคือ นิกาย “มหายาน” ที่พัฒนามาจากพระภิกษุกลุ่มหนึ่งที่ไม่ยอมรับมติสังคายนาครั้งที่ 1 โดยทั่วไปจะเรียกนิกายนี้ว่า “พระพุทธศาสนายุคหลัง (Later Buddhism) [2]
แม้ว่าจะต่างนิกาย แต่คำสอนหลักของพระพุทธศาสนาทั้ง 2 นิกาย ไม่ว่าจะเป็นอริยสัจ 4 ปฏิจจสมุปบาท ไตรสิกขา ไตรลักษณ์ และหลักกรรม เป็นต้น ล้วนเป็นคำสอนเดียวกัน แต่การอธิบายของมหายานอาจแตกต่างออกไปในบางแง่มุม ทั้งนี้เพราะความเข้าใจแตกต่างกันและด้วยอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในภายหลัง และที่สำคัญคือมหายานได้ให้ความสำคัญต่ออุดมการณ์พระโพธิสัตว์
มหายานกับอุดมการณ์พระโพธิสัตว์
คำสอนเกี่ยวกับพระโพธิสัตว์เป็นคำสอนของพระพุทธศาสนายุคแรก เรื่องราวของพระพุทธเจ้าในอดีตครั้งเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์ปรากฏในคัมภีร์ชาดกแห่งขุททกนิกาย แต่ละพระชาติที่ทรงบังเกิดก็เพื่อทรงบำเพ็ญบารมีธรรมให้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต ซึ่งก็ได้แก่พระโคดมพระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน
ขณะที่นิกายเถรวาทเห็นว่า พุทธศาสนิกชนที่ดีคือผู้ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าและไม่ต่อเติมเสริมแต่งสิ่งที่ไม่ได้ทรงสอนไว้ แต่มหายานเห็นว่า พระพุทธเจ้าทรงฉลาดในอุบาย (อุปายเกาศัลยา) ทรงใช้วิธีการหลากหลายเพื่อขนสรรพสัตว์จากสังสารวัฏ ฉะนั้น จึงมีการปรับปรุงแก้ไขข้อบัญญัติและคำสอนบางประการของพระพุทธเจ้าให้เหมาะกับเวลาและสถานที่ที่เปลี่ยนแปลงไป [3] ข้อนี้เป็นที่ทราบกันดีของนักประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา
สาเหตุที่มหายานเน้นอุดมการณ์พระโพธิสัตว์ก็ด้วยเหตุผลหลายประการคือ
1. มาจากบุคลิกภาพของพระพุทธเจ้า เพราะก่อนที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน ทุกภูมิที่เสวยพระชาติ (เกิด) จะทรงบำเพ็ญบารมีเพื่อเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต ซึ่งจะ
ช่วยเหลือสัตว์โลกได้มากกว่า ไม่มีข้อห้ามแต่อย่างใด สำหรับผู้ที่ปรารถนาเช่นนี้ในพระพุทธศาสนา ฉะนั้น ทุกคนจึงตั้งความปรารถนาได้และทำได้ง่ายกว่าการได้บังเกิดเป็นสาวกพระพุทธเจ้า ซึ่งจะสมปรารถนาก็ต่อเมื่อพระพุทธเจ้ามาบังเกิดเท่านั้น ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ยากอย่างยิ่ง
2. มาจากกุศลจิตอันแรงกล้าของบรรดาพระธรรมทูตที่ต้องการให้พระพุทธศาสนาเข้าถึงจิตใจของคนต่างถิ่นในบริบทของสังคมที่แตกต่างออกไป จึงนำเสนอสิ่งที่เห็นว่าประชาชนจะยอมรับได้ง่าย ขณะที่ยังคงหลักการจริง ๆ ของพระพุทธศาสนาเอาไว้
3. มาจากอิทธิพลของศาสนาฮินดูนิกายภาควัต ในคริสต์ศตวรรษที่ 2 ที่เน้นการอวตารและความภักดีต่อพระวิษณุ ซึ่งส่งผลทางจิตวิทยาอย่างทรงพลังยิ่งต่อคนระดับล่างมากกว่าการเน้นปัญญาและความหลุดพ้นส่วนตัวของพระพุทธศาสนายุคแรก อุดมการณ์พระโพธิสัตว์จึงเหมาะสมต่อคนระดับล่าง และสามารถแข่งขันกับศาสนาฮินดูนิกายภาควัตได้เป็นอย่างดี
ทายัล ได้กล่าวถึงความจำเป็นในการปรับตัวของพระพุทธศาสนาตอนต้นคริสต์ศตวรรษไว้ดังนี้
ชาวพุทธผู้ให้กำเนิดพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ได้ช่วยต่อลมหายใจให้พระพุทธศาสนาในสภาพเรือแตกกลางทะเลเอาไว้ได้ ด้วยการเผยแพร่คำสอนมหายานซึ่งเน้นอุดมการณ์พระโพธิสัตว์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความกรุณาเคียงข้างไปกับการบูชาเทพเจ้า และคำสอนเรื่องการอวตารของศาสนาฮินดู (Dayal, 1932 : 38)
|
วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555
อุดมการณ์พระโพธิสัตว์
วิทยา ศักยาภินันท์ [2]
บทคัดย่อ
บทความนี้กล่าวถึง ลักษณะทางจริยศาสตร์ของอุดมการณ์พระโพธิสัตว์ ที่ปรากฏในหลักคำสอนของพระพุทธศาสนามหายาน เช่น หลักโพธิจิต ปรัชญาปารมิตา และบารมี 6 ประการ เป็นต้น กล่าวกันว่า ลักษณะ 2 ประการของอุดมการณ์พระโพธิสัตว์ คือ ความปรารถนาที่จะทำความดีแก่ผู้อื่นเป็นอันดับแรก และการเป็นอุดมการณ์ที่ชวนให้ประชาชนอยากปฏิบัติตามนั้น ทำให้อุดมการณ์พระโพธิสัตว์ มีเอกลักษณ์เฉพาะตนและกลายเป็นพุทธจริยศาสตร์ของมหาชน และแตกต่างจากลักษณะทางจริยศาสตร์ของพระพุทธศาสนายุคแรก
Abstract :
This article deals with an ethical characteristics of the Bodhisattva ideal contained within various Mahayana Buddhist principles like the Will to Enlightenment, Perfect of Wisdom and the Six Perfections, etc. It has been said that two features : first, the inspiration for doing good for others and then following this becoming an ideal appealing to people to imitate are responsible for making the Bodhisattva unique ideal in its own right and having become an ethics of the masses that differs from the ethics of Early Buddhism.
* ตีพิมพ์ในวารสารมนุษยศาสตร์ ปีที่ 16 ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน 2552.
[1] สรุปจากบทที่ 5 “มหายาน : พุทธจริยศาสตร์เพื่อมหาชน” ในหนังสือ “พุทธจริยศาสตร์ : การวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์” ที่ข้าพเจ้าเรียบเรียงขึ้นบรรยายแก่นักศึกษาปริญญาโท ภาคพิเศษ สาขาพระพุทธศาสนาและปรัชญา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ปีการศึกษา 2549.
[2]ดร.วิทยา ศักยาภินันท์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ปรัชญาปารมิตา : อภิปรัชญาของมหายาน
ปรัชญาปารมิตา : อภิปรัชญาของมหายาน
หากจะกล่าวว่าจริยศาสตร์ มีรากฐานจากอภิปรัชญาแล้ว พุทธจริยศาสตร์ของมหายานไม่ว่าจะเป็นอุดมการณ์พระโพธิสัตว์ หลักโพธิจิต และหลักมหากรุณา เป็นต้น ล้วนมีรากฐานจากปรัชญาปารมิตาสูตร [1] มหายานถือว่า พระสูตรนี้สำคัญและศักดิ์สิทธิ์มาก พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่มหายานโดยเฉพาะ ท่ามกลางชุมนุมของเหล่าพระโพธิสัตว์ที่ภูเขาคิชกูฏ เมืองราชคฤห์ สาระสำคัญของพระสูตรกล่าวถึงความศูนย์ของเบญจขันธ์ คำว่า “ศูนย์” ไม่ได้หมายถึงความขาดสูญซึ่งเป็นอุจเฉททิฏฐิ [2] แต่หมายเอาการไม่มีตัวตนของเบญจขันธ์ซึ่งเป็นสิ่งปรุงแต่ง แต่ที่เราเข้าใจว่ามีตัวตน เป็นเพราะอวิชชาของเราเอง กล่าวโดยสรุป ปรัชญาปารมิตาสูตรก็คือ การอธิบายอนัตตา และปฏิจจสมุปบาทในอีกแนวหนึ่งนั่นเอง
สาระสำคัญทางจริยธรรมของปรัชญาปารมิตาก็คือ ในสภาพศูนยตา จะไม่มีความเห็นแก่ตัวหลงเหลืออยู่ เป็นความเต็มบริบูรณ์ด้วยปัญญา (ปรัชญาปารมิตา )ซึ่งเป็นการบรรลุทางจิตก่อนการตรัส
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)