พระพุทธศาสนามีนิกายหลักอยู่ 2 นิกาย คือ “เถรวาท” ได้แก่นิกายที่ยอมรับมติของพระเถระในสังคายนาครั้งที่ 1 ภายหลังพุทธปรินิพพาน 3 เดือน โดยทั่วไปจะเรียกนิกายนี้ว่า “พระพุทธศาสนายุคแรก” (Early Buddhism) [1] ส่วนอีกนิกายหนึ่งคือ นิกาย “มหายาน” ที่พัฒนามาจากพระภิกษุกลุ่มหนึ่งที่ไม่ยอมรับมติสังคายนาครั้งที่ 1 โดยทั่วไปจะเรียกนิกายนี้ว่า “พระพุทธศาสนายุคหลัง (Later Buddhism) [2]
แม้ว่าจะต่างนิกาย แต่คำสอนหลักของพระพุทธศาสนาทั้ง 2 นิกาย ไม่ว่าจะเป็นอริยสัจ 4 ปฏิจจสมุปบาท ไตรสิกขา ไตรลักษณ์ และหลักกรรม เป็นต้น ล้วนเป็นคำสอนเดียวกัน แต่การอธิบายของมหายานอาจแตกต่างออกไปในบางแง่มุม ทั้งนี้เพราะความเข้าใจแตกต่างกันและด้วยอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในภายหลัง และที่สำคัญคือมหายานได้ให้ความสำคัญต่ออุดมการณ์พระโพธิสัตว์
มหายานกับอุดมการณ์พระโพธิสัตว์
คำสอนเกี่ยวกับพระโพธิสัตว์เป็นคำสอนของพระพุทธศาสนายุคแรก เรื่องราวของพระพุทธเจ้าในอดีตครั้งเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์ปรากฏในคัมภีร์ชาดกแห่งขุททกนิกาย แต่ละพระชาติที่ทรงบังเกิดก็เพื่อทรงบำเพ็ญบารมีธรรมให้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต ซึ่งก็ได้แก่พระโคดมพระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน
ขณะที่นิกายเถรวาทเห็นว่า พุทธศาสนิกชนที่ดีคือผู้ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าและไม่ต่อเติมเสริมแต่งสิ่งที่ไม่ได้ทรงสอนไว้ แต่มหายานเห็นว่า พระพุทธเจ้าทรงฉลาดในอุบาย (อุปายเกาศัลยา) ทรงใช้วิธีการหลากหลายเพื่อขนสรรพสัตว์จากสังสารวัฏ ฉะนั้น จึงมีการปรับปรุงแก้ไขข้อบัญญัติและคำสอนบางประการของพระพุทธเจ้าให้เหมาะกับเวลาและสถานที่ที่เปลี่ยนแปลงไป [3] ข้อนี้เป็นที่ทราบกันดีของนักประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา
สาเหตุที่มหายานเน้นอุดมการณ์พระโพธิสัตว์ก็ด้วยเหตุผลหลายประการคือ
1. มาจากบุคลิกภาพของพระพุทธเจ้า เพราะก่อนที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน ทุกภูมิที่เสวยพระชาติ (เกิด) จะทรงบำเพ็ญบารมีเพื่อเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต ซึ่งจะ
ช่วยเหลือสัตว์โลกได้มากกว่า ไม่มีข้อห้ามแต่อย่างใด สำหรับผู้ที่ปรารถนาเช่นนี้ในพระพุทธศาสนา ฉะนั้น ทุกคนจึงตั้งความปรารถนาได้และทำได้ง่ายกว่าการได้บังเกิดเป็นสาวกพระพุทธเจ้า ซึ่งจะสมปรารถนาก็ต่อเมื่อพระพุทธเจ้ามาบังเกิดเท่านั้น ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ยากอย่างยิ่ง
2. มาจากกุศลจิตอันแรงกล้าของบรรดาพระธรรมทูตที่ต้องการให้พระพุทธศาสนาเข้าถึงจิตใจของคนต่างถิ่นในบริบทของสังคมที่แตกต่างออกไป จึงนำเสนอสิ่งที่เห็นว่าประชาชนจะยอมรับได้ง่าย ขณะที่ยังคงหลักการจริง ๆ ของพระพุทธศาสนาเอาไว้
3. มาจากอิทธิพลของศาสนาฮินดูนิกายภาควัต ในคริสต์ศตวรรษที่ 2 ที่เน้นการอวตารและความภักดีต่อพระวิษณุ ซึ่งส่งผลทางจิตวิทยาอย่างทรงพลังยิ่งต่อคนระดับล่างมากกว่าการเน้นปัญญาและความหลุดพ้นส่วนตัวของพระพุทธศาสนายุคแรก อุดมการณ์พระโพธิสัตว์จึงเหมาะสมต่อคนระดับล่าง และสามารถแข่งขันกับศาสนาฮินดูนิกายภาควัตได้เป็นอย่างดี
ทายัล ได้กล่าวถึงความจำเป็นในการปรับตัวของพระพุทธศาสนาตอนต้นคริสต์ศตวรรษไว้ดังนี้
ชาวพุทธผู้ให้กำเนิดพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ได้ช่วยต่อลมหายใจให้พระพุทธศาสนาในสภาพเรือแตกกลางทะเลเอาไว้ได้ ด้วยการเผยแพร่คำสอนมหายานซึ่งเน้นอุดมการณ์พระโพธิสัตว์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความกรุณาเคียงข้างไปกับการบูชาเทพเจ้า และคำสอนเรื่องการอวตารของศาสนาฮินดู (Dayal, 1932 : 38)
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น